ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน:
 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ผีอำ  (อ่าน 1535 ครั้ง)
กันยายน 09, 2012, 10:11:50 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 09, 2012, 10:11:50 pm »

ผีอำ คือ คำเอ่ยของคนที่คิดว่าถูกผีหลอก ในขณะนอนครึ่งหลับครึ่งตื่น มีอาการที่รู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือขยับตัวไม่ได้ในขณะนอน หรือนั่งเหมือนมีคนมานั่งทับบนตัว ว่ากันว่า เกิดจากการนั่ง หรือนอนผิดท่า ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท ทำให้ขยับตัวไม่ได้

ทางแพทย์อธิบายว่า เกิดจากการที่สมองตื่นไม่พร้อมกัน

สมองเรานั้นมีบริเวณต่างๆ ที่ทำหน้าที่ต่างๆ บริเวณด้านหน้าจะทำหน้าที่สั่งให้เคลื่อนไหว ส่วนรับความรู้สึกนี่จะเป็นแกนกลาง กับด้านค่อนมาหลังหน่อย

เวลาเราตื่นสมองจะมีกระแสไฟฟ้าเป็นตัวทำงาน เวลาเราหลับกระแสเหล่านี้ก็ลดลง (เข้าสู่ระยะพัก) ดังนั้นเมื่อเราตื่น ถ้าบริเวณรับความรู้ตัวตื่น แต่บริเวณสั่งการเคลื่อนไหวยังไม่ตื่น ก็เป็นอาการผีอำ แต่ก็มี โรคบางโรคที่มีลักษณะเหมือนกันนี้เรียกว่า Lockin Syndrome จะรู้ตัวแต่ขยับอะไรไม่ได้ ได้แต่กลอกลูกตาไปมา

ถ้าจะเข้าใจเรื่องถูกผีอำนี้ ควรเข้าใจก่อนว่า ตามปรกติแล้วเลือดของเราจะมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ และมีฤทธิ์คงที่เสมอ
ในเลือดจะมี โซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง และกรดคาร์บอนิค ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอยู่ โดยมีอัตราส่วนคงที่ที่จะทำให้เลือดอยู่ในสภาพเป็นด่างอ่อนๆ ตามปรกติตลอดเวลา
ผีอำ มักจะเกิดขึ้นในคนที่มีอารมณ์เครียด โดยมี โกรธ โลภ หลง เศร้าสลด วิตกกังวล หวาดระแวง กลัว อิจฉาริษยา ฯลฯ เมื่อเวลานอนเคลิ้มๆ(จะหลับหรือตื่น) ก็จะเกิดความฝันจากอารมณ์ไม่ดีของตน การมีอารมณ์ไม่ดีจะทำให้หายใจเข้าออกยาวๆเหมือนหอบ การหายใจเข้าออกเหมือนหอบสักพักหนึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์จะสลายตัวออกมาจากกรดคาร์บอนิคในเลือด เมื่ออกมามาก กรดคาร์บอนิคลดน้อยลง อัตราส่วนของด่างก็จะมีมากกว่ากรด เลือดก็จะมีฤทธิ์ด่างเพิ่มขึ้น
เมื่อเลือดมีฤทธิ์ด่างมากขึ้น ก็จะมีอาการอึดอัดในอกเหมือนมีของทับอก หายใจไม่ค่อยออก เหมือนหอบ ชามือชาเท้า มึนและเวียนศีรษะ รู้สึกหมดเรี่ยวแรงจนเหมือนจะขยับเขยื้อนตัวไม่ได้
สำหรับใครที่อยากลองดูว่าผีอำเป็นอย่างไร ลองหายใจเข้าออกยาวๆเร็วๆให้เหมือนหอบสักพักหนึ่ง ก็จะรู้สึกมึนศีรษะ มือชา หน้ามืด ฯลฯ พอกลั้นหายใจสักครู่ก็จะหาย เพราะกรดคาร์บอนิคจะเพิ่มขึ้นมาเป็นปกติ
คนร้องไห้มากๆสะอึกสะอื้นหายใจเข้าออกยาวๆเร็วๆก็จะมีอาการเช่นเดียวกัน ยิ่งร้องมากยิ่งชาไปทั้งตัว มึนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมไปได้ ก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี้
ใครถูกผีอำบ่อยๆ ควรจะได้ตรวจรักษาเรื่องจิตใจและอารมณ์เลวร้ายของตัวเอง จิตใจตัวเองนั่นแหละ เป็นผีที่อำตัวเอง

คำบอกเล่าจากผู้ที่เคยเป็น 1
เมื่อก่อนโดนบ่อยครับ แบบว่าทุกคืน คืนละ 2-3 ครั้ง ต้องพยายามเอามือหรือเท้าสะกิดแฟนให้ได้ ให้แฟนปลุก ตามองเห็น แหกปากตะโกนแต่เสียงไม่ออก เปลี่ยนคู่นอนทีก็ซวยหน่อย เค้าคิดว่าเรานอนดิ้น กว่าจะตื่นได้ทรมาน โดนบ่อยจนชิน ไม่กลัว ได้แต่หาคำตอบ
สรุป เปลี่ยนท่านอน พักผ่อนมากขึ้น หายไปเอง ไม่ไช่ค่อยๆหายนะ หายไปเฉยๆเลยลองดูครับ

คำบอกเล่าจากผู้ที่เคยเป็น 2
ผมคนหนึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นครับ ทุกวัน ทุกคืน ไม่เว้นเวลากลางวันหรือกลางคืน (วันละหลาย ๆ ครั้ง)
อาการคือ ขยับไม่ได้ แต่ตาจะมองเห็นและได้ยิน (ช่วงแรกๆ และบางครั้งจะเห็นเหมือนคนหรือเงานอนทับเราอาการนี้จะเกิดจาก กึ่งฝัน กึ่งตื่น บางครั้งอาจจะมีอาการ แบบ โลกหมุนได้เลยละ)  เวลาที่ผมเกิดอาการนี้ขึ้น ช่วงแรก ๆ ลำบากครับ
หลังๆ จะเริ่มพอทำตัวสั่น แขน ขา สั่น ๆ ให้แฟนคอยเขย่า ให้ตื่น (มันทรมารครับเวลาเป็น)
-----วิธีแก้ของผมคือ (ยามนอนคนเดียว) พยายามหายใจ และ ตั้งสติ พยายามเปร่งเสียงให้ได้
เป็นบ่อย ๆ แบบผมทุกวันเป็นเวลา ปี ครึงจะชินเองครับ  T T
+++ครั้งหนึ่งเกือบตาย เพราะ !!! ดันนอนคว่ำหน้าอยู่และขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก
จนสุดท้ายได้ไปปรึกษาคุณหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ให้คำตอบง่าย ๆเลยคือ
---ร่างกายไม่สัมพันธ์กับสมอง คือ  สมองยังคงทำงานอย่างหนักแต่ ร่างกายอ่อนเพลียครับ
เพราะเมื่อก่อนผมมีเวลานอนน้อยมากๆ นอนดึก (ตี 2-3) ตื่น 6 โมง-7โมง เป็นแบบนี้มานาน -----เกิดอาการสะสมขึ้น
พอได้พักผ่อนและไม่มีความเครียดหรือไม่หมกมุ่นกับเรื่องใดน้อยลง
จนปัจจุบัน 1 ปี ผมจะเป็นแค่ 1-2 ครั้งแค่นั้นครับ


คำบอกเล่าจากผู้ที่เคยเป็น 3
ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง สมัยก่อนก็เคยถูกผีอำอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเรื่องศึกษาพุทธศาสนามากขึ้น

ก็เริ่มสังเกตการถูกผีอำต่างๆ ของตนเอง ว่ากินอิ่มไปบ้าง กินเยอะก่อนนอนบ้าง จะเป็นบ่อย
เริ่มไม่กินอาหารก่อนนอนสัก 4-5 ชั่วโมง อาการถูกผีอำก็น้อยลง

เริ่มสังเกตว่า เวลาเครียด มีเรื่องคิดวกวนอยู่ในใจ อ่อนเพลีย หรือนอนมากเกินไป ก็มักเป็น
เริ่มดูใจ ทำใจผ่อนคลายก่อนนอน ไม่นอนกลางวัน ไม่นอนเยอะอาการก็ดีขึ้น

เวลาเกิดผีอำ ก็ตั้งใจดู มีสติ หากรู้สึกตัวได้แล้ว ก็ลุกขึ้นนั่งดูลมหายใจสักพักแล้ว

แล้วนอนตะแคงขวา เหยียดตัวตรง เท้าเกยกัน กำหนดสติตั้งไว้ิดูลมหายใจ ดูกายจนหลับ

พอรู้สึกเหมือนจะถูกอำก็ลืมตาปลุกตัวให้รู้ว่านอนตะแคง เหยียดอยู่ ดูลมหายใจแล้วนอนต่อ

ทำอย่างนี้อยู่ทุกครั้งที่เกิดอาการผีอำ สัก 2 อาทิตย์หลังจากนั้นมา ก็ไม่เคยเกิดอาการผีอำอีกเลยครับ

นี้เป็นประสบการณ์ทดลองแก้ของผมเอง ทำเมื่อสิบ-ยี่สิบปีก่อนนี้นะครับ
อ้อนึกได้อีกหน่อยคือ เวลามีอาการถูกผีอำ ขณะรู้สึกตัวได้แล้ว สังเกตหน่อยว่านอนอยู่ในท่าไหน

เพราะจำได้ว่าตอนนั้นสังเกตดูบางครั้งมือเราจะทับหน้าอก หรือมีหมอนข้างทับหน้าอกอยู่

บางครั้งก็เป็นผ้านวมพันทับอยู่ นี่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ลองสังเกตดู เพราะการนอนแต่ละคนไม่เหมือนกัน

การนอนตะแคงขวา ซีกด้านซ้ายของเราจะตะแคงอยู่ด้านบน หัวใจที่อยู่ด้านซ้าย ก็จะไม่ถูกกดทับ
นี่ก็อาจเป็นภูมิปัญญาของชาวอินเดียโบราณ ก็เป็นได้ครับ

อ้างอิงจาก

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=47f3d493f4f0f42f
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y4795671/Y4795671.html

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 09, 2012, 10:20:26 pm โดย อ.สมฤกษ์ » บันทึกการเข้า
   
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Cennet By Burak
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!