ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน:
 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไม Harddisk แพงจัง (ช่วงน้ำท่วมใหญ่ 2554)  (อ่าน 2749 ครั้ง)
พฤศจิกายน 18, 2011, 08:42:02 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 08:42:02 pm »

"ไอดีซี"ชี้น้ำท่วมไทยฉุดตลาดพีซีทั่วโลกวูบ20% ปัญหา"ฮาร์ดดิสก์"ขาดเข้าสู่ภาวะปกติครึ่งหลังปี"55
 


 รายงานข่าวจากบริษัทวิจัยไอดีซี คอร์ป เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำงานศึกษาวิจัยที่มีชื่อว่า "The PC Market Is Disrupted By HDD Shortages: The Severity, Resulting Opportunities, And Expected PC Market Reactions" เป็นงานวิจัยที่จะประเมินถึงผลกระทบจากภาวะการขาดแคลนสินค้าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อันเกิดจากวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทย  ซึ่งมีโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์กว่า 6 โรงงานได้รับความเสียหายต้องหยุดการผลิต  โดยงานวิจัยของบริษัทวิจัยไอดีซีชี้ว่า เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดการจัดจำหน่ายสินค้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ทั่วโลก

 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้นั้น ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตหลักของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ โดยมีจำนวนการผลิตเป็น 40-45% ของโลก แต่หลังจากต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา น้ำที่หลากอยู่ทั่วที่ราบภาคกลางได้ทำให้สายการผลิตเกือบครึ่งต้องหยุดชะงักไป ไม่เพียงแต่โรงงาน และ สายการผลิตเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย ยังส่งผลให้พนักงานไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้   ถึงแม้การประเมินความเสียหายทั้งหมดจะยังไม่สามารถทำได้จนกว่าระดับน้ำจะลดลง แต่ในขณะนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าอย่างแน่นอน



 ความร้ายแรงของภาวะการขาดแคลนครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุตสาหกรรมในการฟื้นตัวจากความเสียหายที่มีต่อสายการผลิตในประเทศไทย ไอดีซีเชื่อว่าผู้ผลิตจะฟื้นตัวและกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็นปกติได้ในระยะเวลาไม่นานนัก แต่อย่างไรก็ตามฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะยังคงขาดตลาดต่อเนื่องไปอีกระยะ 

  ทั้งนี้คาดว่าปัญหาการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะรุนแรงตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2554 และส่งผลต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 1 ของปี 2555  การผลิตพีซีโน้ตบุ๊ก ในไตรมาส 4 ปีนี้ยังสามารถทำได้โดยการใช้ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่มีอยู่ในคลังของโรงงาน  ทำให้ยอดการผลิตพีซีในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับผลกระทบน้อยกว่า 10% แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือยอดการผลิตพีซีทั่วโลกในไตรมาส 1 ของปี 2555 อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 20%



  ขณะที่ราคาฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะถีบตัวสูงขึ้นเพราะปริมาณสินค้ามีน้อยกว่าความต้องการซื้อ อีกทั้งต้นทุนของผู้ผลิตก็สูงขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนของวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการเร่งขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายในการย้ายฐานการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น

 รายงานจากไอดีซีระบุว่า อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า และราคาของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะคงที่ภายในเดือนมิถุนายน โดยสิ่งต่างๆ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในครึ่งหลังของปี 2555 
 กรณีดังกล่าวอาจทำให้ผู้ผลิตพีซีรายเล็กจะสูญเสียลูกค้าระดับองค์กรให้กับผู้ผลิตรายใหญ่กว่า ซึ่งอาจนำไปสู่การควบรวมกิจการระหว่างผู้ผลิตด้วยกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง



 นายจอห์น ริดนิ่ง รองประธานฝ่ายงานวิจัยตลาดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และเซมิคอนดัคเตอร์ของไอดีซี  เปิดเผยว่า  เพื่อที่จะรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะให้ความสำคัญกับการจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูง  ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปที่การจัดส่งสินค้าที่มีกำไรสูง คือสินค้าที่เป็นส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจระดับองค์กร   อย่างไรก็ตามผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์คงไม่สามารถละเลยลูกค้ารายเล็กๆ ได้ เพราะลูกค้าเหล่านี้จะยังคงมีความสำคัญเมื่อกำลังการผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

  ขณะที่นายไบรอัน มา รองประธานฝ่ายงานวิจัยตลาดอุปกรณ์ต่อพ่วงประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของไอดีซีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตลาดพีซีในเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าตลาดในภูมิภาคอื่นๆ เพราะยอดขายของพีซีที่ประกอบตามร้านนั้นมีปริมาณสูงในภูมิภาคนี้   ซึ่งก็อาจเป็นโอกาสอันดีของผู้ผลิตพีซีแบรนด์เนมในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้

 อย่างไรก็ตามการบริโภคสินค้าพีซีภายในประเทศไทยก็ยังเป็นคำถามสำคัญ เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมายตั้งแต่เรื่องการขนส่ง  กระจายสินค้าไปจนถึงแผนการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ  โดยคาดหวังว่าจะไปเห็นการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังของปีหน้า

ที่มา
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1321250144&grpid=no&catid=06
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2011, 09:29:09 pm โดย อ.สมฤกษ์ » บันทึกการเข้า
พฤศจิกายน 18, 2011, 09:27:52 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 09:27:52 pm »

ผลจากวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยที่ทำให้โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร

    ผลจากวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยที่ทำให้โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร และ โรจนะ ต้องหยุดสายการผลิตเป็นการชั่วคราว กำลังก่อปัญหาให้แก่ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์รายใหญ่ในไต้หวัน และ สหรัฐอเมริกา ที่กำลังเผชิญกับการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องดิ้นรนหาซื้อฮาร์ดดิสก์จากตลาดมืดในราคาสูงกว่าราคาตลาดปกติถึงเท่าตัว แต่ยังไม่กล้าขึ้นราคาจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในเร็วๆ นี้เพราะหวั่นเสียลูกค้า

      เว็บไซต์ดิจิไทมส์ รายงานว่าจากการประเมินของผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ ทั้งฮิวเลตต์-แพกการ์ด เดล และ เอเวอร์ ระบุว่าวิกฤติน้ำท่วมโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทยส่งผลให้ปริมาณฮาร์ดดิสก์ในตลาดโลกในเดือนธันวาคม 2554 และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 น้อยกว่าความต้องการถึง 10% และแม้ผู้จำหน่ายฮาร์ดดิสก์จะมีปริมาณฮาร์ดดิสก์สำรองในคลังสินค้าพอจำหน่ายได้ถึง 4 สัปดาห์  ส่วนผู้ผลิตมีปริมาณฮาร์ดดิสก์สำรองเพื่อป้อนสายการผลิตได้ 1 สัปดาห์ และมีฮาร์ดดิสก์ที่กำลังอยู่ในช่วงการจัดส่งไปยังผู้ผลิตในปริมาณที่เพียงพอต่อการผลิตในช่วง 1 สัปดาห์ ก็จะช่วยประคองสายการผลิตคอมพิวเตอร์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2554 ได้เท่านั้น

     นั่นหมายความว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต้องปรับสายการผลิตกันยกใหญ่ เช่น เอเซอร์ กำลังพิจารณาหยุดสายการผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นที่ทำกำไรให้แก่บริษัทน้อย เพื่อรับมือกับสถานการณ์การขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ที่จะเป็นปัญหาของบริษัทต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 โดยคาดหมายว่าในช่วงเวลาดังกล่าวปริมาณฮาร์ดดิสก์ที่เข้าสู่โรงงานผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จะลดลงระหว่าง 40-50% ก่อนที่โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทยจะเริ่มเดินสายการผลิตได้เป็นปกติอีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้า

     ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต้อง "กัดฟัน" ซื้อฮาร์ดดิสก์ในตลาดมืดเพื่อรักษาสายการผลิตคอมพิวเตอร์ของบริษัทต่อไป ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายหนึ่งในไต้หวันเปิดเผยว่าฮาร์ดดิสก์ขนาด 500 กิกกะไบต์ในตลาดมืดมีราคาสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อลูก และขนาด 320 กิกกะไบต์มีราคาจำหน่ายในตลาดมืดระหว่าง 60-70 ดอลลาร์ต่อลูก ขณะที่ราคาในตลาดปกติอยู่ที่ 45 ดอลลาร์ และ 35 ดอลลาร์ ตามลำดับ

     ผู้ผลิตรายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่าราคาฮาร์ดดิสก์ขนาด 320 กิกกะไบต์ที่สูงขึ้นอีก 30 ดอลลาร์จะทำให้ต้นทุนการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับลูกค้ากลุ่มหลักที่มีราคาจำหน่ายระหว่าง 25,000-28,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 25,000-28,000 บาท) สูงขึ้น 4% ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีความอ่อนไหวต่อการตั้งราคาจำหน่าย ดังนั้นบริษัทจึงต้องพิจารณาสถานการณ์ตลาดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจปรับขึ้นราคาจำหน่ายหรือจะใช้วิธีอื่นๆ เข้าแก้ปัญหา

     เช่นการเปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก เป็นแบบโซลิด สเตท ไดรฟ์ (เอสเอสดี) ซึ่งใช้ชิปหน่วยความจำแทน สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแบบ อัลตราบุ๊ก (Ultrabook) ที่เป็นประดิษฐกรรมชิ้นใหม่จากไมโครซอฟท์ โดยผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เว้นแต่เอเซอร์จะดำเนินการไปในทิศทางดังกล่าว

     นอกจากนั้นยังมีความกังวลว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์รายสำคัญ เช่น บริษัทนิเดค ผู้ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก จะต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าจะทำการผลิตมอเตอร์สำหรับอาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กได้เต็มกำลังอีกครั้ง

     อุทกภัยครั้งนี้ทำให้เครื่องจักรของนิเดคได้รับความเสียหายร้ายแรงกว่าเหตุแผ่นดินไหว เพราะหากเกิดแผ่นดินไหววิศวกรของบริษัทสามารถฟื้นกำลังการผลิตได้อีกครั้งเพืยงปรับตั้งและกดปุ่มสตาร์ทให้เครื่องจักรทำงานอีกครั้ง แต่กรณีน้ำท่วมทำให้เครื่องจักรได้รับความเสียหายรุนแรงถึงขั้นต้องเปลี่ยนเครื่องจักรสำหรับการผลิตใหม่ ซึ่งกินเวลาและตุ้นทุนมากกว่า

     ที่สำคัญความมั่นใจในการลงทุนของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ในประเทศไทยก็ถูกสั่นคลอนไปด้วยภาพของน้ำท่วมโรงงาน และผลจากน้ำท่วมที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่ผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นนั้นจะยาวนานไปอีกหลายปีนับจากนี้

ที่มา
http://www.komchadluek.net/detail/20111113/114697/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html
บันทึกการเข้า
   
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Cennet By Burak
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!