ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน:
 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ทันไวรัส ตอนที่ 1-3  (อ่าน 4508 ครั้ง)
พฤศจิกายน 06, 2009, 09:37:47 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2009, 09:37:47 pm »

ในขณะที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นมือใหม่ (หรือแม้แต่ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์แล้วก็ตาม) ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ทุกเวลา

ทั้งระบบไร้สาย (Wi-Fi) และใช้สาย (Ethernet) แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไปก็คือ ภัยเงียบจากการถูกโจมตีโดยเหล่าวายร้ายที่เรียกว่า “ไวรัสคอมพิเตอร์” ซึ่งแพร่กระจายอยู่ดาษดื่นรอคอยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายบนอินเทอร์เน็ต จากสถิติที่ได้ยินแล้วต้องอึ้งไปตามๆ กันก็คือ เพียงแค่ 5 นาทีหลังจากเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ไม่ได้รับการติดตั้งโปรแกรมป้องกันใดๆ เข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็อาจติด “ไวรัส” ได้แล้ว และที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ นอกจากไวรัส พวกมันยังมีผองเพื่อนมากมายที่คอยจ้องป่วนการทำงานของระบบ ลบไฟล์สำคัญ ขยันใช้เครื่องส่งสแปม ตลอดจนสอดแนมการใช้งาน พาลไปจนถึงล้วงความลับ ขโมยข้อมูลสำคัญ หมายเลขบัตรเครดิต- บัญชีธนาคาร...และอีกสารพัดความเลวร้ายที่พวกมันทำได้ หากผู้ใช้ไม่รู้จักระมัดระวังก็อาจตกเป็นเหยื่อวายร้ายเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการป้องกันถือว่าเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด และง่ายกว่าการแก้ไขหลายร้อยเท่า...เชื่อผมเถอะ

“อินเทอร์เน็ต” ต่อปุ๊บติด(ไวรัส)ปั๊บ!!!

ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ทอป โน้ตบุ๊ก หรือเน็ตบุ๊ก ล้วนมีโอกาสที่จะติดไวรัสได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในโลกไซเบอร์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่อกันไปทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่ในออฟฟิศเท่านั้น การแพร่สะพัดของไวรัสจึงเกิดขึ้นได้ง่าย แค่ปลายนิ้วสัมผัสของผู้ใช้ก็ติดได้แล้ว ซึ่งจากสถิติล่าสุดก็คือ ภายใน 5 นาทีที่คุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เข้าสู่อินเทอร์เน็ต คอมพ์ของคุณก็อาจจะโดนไวรัส หรือภัยร้ายต่างๆ เข้าเล่นงานได้แล้ว นี่ยังไม่นับรวมถึงการแชร์ไฟล์ระหว่างกันด้วยแฟลชไดรฟ์ที่ไม่ต้องพึ่งเน็ตก็ติดได้ แถมยังแพร่กระจายส่งต่อกันง่ายอีกด้วย
 
“ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต”ทางด่วนไวรัส

สมัยก่อนมีการใช้คำแทนอินเทอร์เน็ตว่า “ทางด่วนข้อมูล” แต่นายเกาหลาคิดว่า วันนี้อาจจะต้องเรียกมันใหม่ว่าเป็น ทางด่วนไวรัส ซะแล้ว เพราะด้วยความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลทำให้โปรแกรมวายร้ายที่แพร่กระจายอยู่ในเน็ต สามารถดาวน์โหลดตัวเองเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์(ที่ไม่ได้รับการป้องกัน)ได้สำเร็จภายในอึดใจ ประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือ การเดินทางเข้ามาของพวกมันไม่ได้แค่มาขอพักอาศัยใบบุญบนฮาร์ดดิสก์เฉยๆ แต่พวกมันเป็นอันธพาลที่ชอบสร้างความวุ่นวายให้กับระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณต่างหาก
เบาะๆ ก็อาจจะแค่ทำให้คอมพ์ของคุณทำงานเชื่องช้าเหมือนเต่า หรือไม่ก็แช่แข็งระบบปฏิบัติการให้แน่นิ่งจนต้องรีบู๊ต(แต่แล้วก็กลับมาเป็นอีก แล้วก็ต้องบู๊ตซ้ำอีก) เลวร้ายขึ้นมาอีกนิดก็ลบไฟล์สำคัญจนทำให้เครื่องบู๊ตไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการกันใหม่ นอกจากรูปแบบการโจมตีเหล่านี้แล้ว มันยังมีเพื่อนฝูงที่มีนิสัยขี้ขโมยชอบล้วงความลับ ข้อมูลสำคัญต่างๆ ไปส่งให้นายมัน หรือแม้แต่ขู่กรรโชกให้คุณยอมโอนเงิน เพื่อปลดล็อคระบบการทำงานของเครื่องได้อีกด้วย ซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้สามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณที่เชื่อมต่ออยู่บนเน็ตได้ตลอดเวลา...เรียกได้ว่า เผลอเป็นโดน!!! อย่างแน่นอน...

ช่องทางจู่โจมเพียบ!

คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะรู้สึกไม่เห็นด้วยเล็กๆ กับการที่ผมบอกว่า “ต่อปุ๊บติดปั๊บ” เพราะมันไม่น่าจะง่ายนัก กับการที่ผู้ใช้จะติดไวรัส หรือโดนเล่นงานจากผองเพื่อนของพวกมันได้อย่างรวดเร็ว อย่ามาขู่กันดีกว่าเลย!!! อันนี้ผมไม่บังคับให้เชื่อเลยครับ แต่เหตุผลสำคัญที่อยากให้คุณผู้อ่านได้ตระหนักไว้ก็คือ ช่องทางในการที่เหล่าร้ายจะบุกรุกเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของคุณนั้น มีอยู่มากมายคณานับกันเลยทีเดียว ผมลองนึกดูเล่นๆ ก็ปาเข้าไป 10 ช่องทางแล้ว

1.ระบบปฏิบัติการมีช่องโหว่ โดยเฉพาะผู้ใช้ Windows 98/XP และ Vista
2.เผลอ(หรือตั้งใจ)ท่องเข้าไปในเว็บสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งมักจะมีไวรัสที่สามารถผ่านช่องโหว่ใน IE/Firefox ได้
3.เปิดแชร์ไดรฟ์ด้วยรหัสผ่านที่อ่อนแอ  ประเภท 12345, password หรือ abc123 เลิกเถอะ!!!
4.ชอบเปิดไฟล์แนบที่มากับอีเมล์จากไผก็บ่ฮู้...คำแก้ตัวยอดฮิต “ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะมีไวรัส”
5.ขี้สงสัย...ชอบคลิกลิงค์ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาใน MSN Messenger
6.ชอบดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้ง แบบว่า...ชอบลองของ...เลยโดนซะ
7.ซอฟต์แวร์ เพลง หนัง เถื่อน ที่มีให้ดาวน์โหลดเกลื่อนบนเน็ต มักจะมาพร้อมของแถม(ที่เราไม่ต้องการ)
8.เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อเน็ตทิ้งไว้นานๆ จนผู้ไม่หวังดีบนเน็ตพบช่องทางเจาะเข้าไปได้
9.เปิดกรอบแสดงจดหมาย( preview pane) ใน Outlook หรือ OE ถ้าเป็นเมล์อันตราย ก็โดนเล่นงานทันที
10.โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ใช้หมดอายุ หรือไม่ได้อัพเดต หรือแย่กว่านั้นคือ ไม่ได้ติดตั้ง

นี่ขนาดยังไม่นับรวมช่องทางที่ไม่ได้ติดไวรัสทางอินเทอร์เน็ตนะเนี่ย เชื่อขนมกินได้เลยว่า ใน 10 ข้อนี้ต้องโดนนิสัยใครหลายๆ คนที่กำลังอ่านอยู่เป็นแน่ และผมก็เชื่อว่า บางข้อ...คุณก็อาจจะเพิ่งถึง บางอ้อ...เป็นอย่างนี้เองน่ะรึ อย่างแน่นอน เพราะก่อนที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟังได้อย่างนี้...ก็โดนมาก่อนเหมือนกัน แฮะๆ

ป้องกัน+ไม่ประมาท = ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครเลือกวิธีใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยด้วยการเลิกต่อเน็ตกันไปเลย ในเมื่อชีวิตปัจจุบัน คุณต้องอยู่กับสองสิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สู้เรามาทำความรู้จักกับมัน เพื่อหาวิธีป้องกัน และไม่ประมาทในการใช้คอมพิวเตอร์ท่องเน็ต คุณผู้อ่านจะได้หลุดรอดปลอดพ้นจากภัยร้ายเหล่านี้ไม่ดีกว่า...หรือครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2010, 07:02:19 am โดย อ.สมฤกษ์ » บันทึกการเข้า
พฤษภาคม 17, 2010, 11:27:28 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2010, 11:27:28 pm »

ทำไมเราจึงต้องการ Antivirus ดีๆ สักตัว // แต่บางคนกลับใช้วิธี โกส หรือลงใหม่ เมื่อติดไวรัสก็โกส หรือลงใหม่

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ไม่ต้องลงหรอก Antivirus ลงไปก็หน่วงเครื่อง จับได้ไม่หมดอยู่ดี สู้ลงวินโดวส์ใหม่ ไม่ก็ทำโกสไว้ลงใหม่ดีกว่า ติดไวรัสก็ลงวินโดวส์ใหม่ ไม่ก็โกส" ซึ่งนั่นเป็นคำพูดที่ผิดมหันต์ และเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เช่นเดียวกัน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ในฐานะของคน ทำงานในสายงานของระบบความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ผมขอชี้แจงดังนี้ครับ

1.ไวรัส ไม่ได้มีแค่พวกที่ติดเครื่องคุณแล้ว ป่าวประกาศให้คุณเห็นว่าคุณติดมันแล้ว ด้วยการป่วนสารพัดรูปแบบ บางตัวเน้นติดแบบเงียบๆ เพื่อแอบขโมยข้อมูลของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรห้สผ่านต่างๆ โดยเฉพาะ รหัสทางธุรกรรมการเงิน รหัสอีเมล์ และอีกมากมาย

2.บางคนคิดว่าตัวเอง Expert มากๆ ไม่ต้องกลัวติดไวรัส เพราะรู้เท่าทันหมด ใช้ Firefox เสมอ , ปิด Autorun แล้ว , รู้ว่าไวรัสทำงานยังไง , คลิ๊กขวาเปิด Drive เสมอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณปลอดภัยครับ คุณยังพลาดได้ ไวรัวหลายตัว สามารถติดได้แม้คุณจะใช้ Firefox แทน IE อย่างพวกสารพัดไวรัสที่แฝงตัวลงไปในเว็บที่คุณไว้ใจด้วย iframe คุณเข้าไปก็ติดแล้ว ถ้าไม่มี Antivirus ไวรัสหลายตัวอย่าง Sality ต่อให้คุณ Expert แค่ไหน คุณก็เอามันไม่อยู่ถ้าไม่มี Antivirus ครับ

3.Virus หลายตัว ถ้าคุณไม่ได้ทำการ Security Patch อย่างต่อเนื่อง คุณแค่เสียบสายแลน หรือเชื่อมต่อ Wireless เข้ากับเครื่องคุณ คุณก็ติดแล้วครับ โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ถ้ามี Antivirus อย่างน้อยมันสามารถกันให้คุณได้ครับ เพราะในประเทศไทย ผมเห็นหลายคนใช้ของเถื่อนกันเยอะ ไม่มีใครกล้าเปิด Auto update ของ Windows กัน แต่ Antivirus นั้นรับรองว่าถ้าเครื่องไหนมี ก็เปิด Update database ตลอดเวลาอยู่แล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จาก 3 ข้อข้างบน

บางคนบอกว่าฉันไม่มีข้อมูลอะไรเป็น ความลับ เอ่อ แล้วรหัสผ่าน Email ของคุณล่ะครับ ถ้าอยู่ๆ คุณก็ Login เข้า Email ไม่ได้เพราะรหัสผ่านถูกเปลี่ยน แค่นี้ก็แย่แล้วครับ และ Email นำมาซึ่งรหัสผ่านของอีกมากมายหลายเว็บ ที่คุณเคยลงทะเบียนไว้ เพราะแทบทุกที่ ถ้าลืมรหัสผ่าน สามารถกรอก Email แล้วรับรหัสผ่านทาง Email ได้ทันที เอาแค่นี้คุณก็แย่แล้วครับ

บางคนที่คิดว่าตัวเอง Expert เป็น Super power user อาจจะยังเถียงว่า Firefox ฉันใช้ Noscript และไม่ Allow เว็บไหนเลย แม้แต่เว็บที่เล่นทุกวันและไว้ใจ , ฉัน Update Windows ตลอดไม่เคยพลาดการ Update แม้แต่ Release เดียว

หากคุณคิดตามด้านบน นี้ อย่าโกรธผมนะครับ ที่ผมจะบอกคุณว่า คุณก็แค่ User ธรรมดาๆ คนนึงที่คิดว่าตัวเองเก่งเป็น Power user หรือเกินกว่านั้น แต่จริงๆ แล้วความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมของ OS และ Program ของคุณยังด้อยครับ

Firefox หรือ Browser อื่นๆ และ Plugin อย่าง Noscript มีรูรั่วของมันที่รอให้ค้นพบมากมาย หลายอันถูกพบโดยนักวิเคราะห์ระบบที่ดี เขาก็จะแจ้งให้ผู้ผลิดทราบและแจ้งบนเว็บ เพื่อทำการ Security update แต่หลายอันนักวิเคราะห์ระบบที่ร้าย เช่น Hacker , Virus Developer ค้นพบก่อน เขาก็เอาช่องโหว่นี้แหละครับ มาเล่นงานคุณ โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไร แค่เข้าเว็บเฉยๆ คุณก็ติดแล้วครับ

ส่วนการ ออก Security Patch ของระบบปฏิบัติการ Windows ของ Microsoft นั้น ช้ามากครับ ช้าบรมช้า บางรูรั่วพบมาเป็นปี ยังรั่วอยู่ ณ ตอนนี้ก็มีครับ ไม่ใช่ Linux ที่พบรูรั่ว 9.00 น. Patch แก้ไขออกมาตอน 11.00 น. วันเดียวกัน ดังนั้นไม่ได้หมายความว่า คุณ Update security patch ให้ล่าสุดตลอดตามที่ Microsoft ออกมาแล้วคุณจะปลอดภัยครับ

บางคนอาจ จะยังสงสัยว่า แล้ว Antivirus จะปลอดภัยกว่าเหรอ เพราะมันใช้เทียบกับฐานข้อมูล ที่ต้องรอให้ Update ก่อนเสมอ นั่นถูกครึ่งเดียวครับ เพราะ Antivirus สมัยนี้มี Heuristics หรือ Proactive ทุกยี่ห้อแล้วครับ ดีบ้าง ห่วยบ้าง คละเคล้ากันไป แต่ก็ช่วยได้เยอะ ที่ห่วยที่สุดอย่าง Antivirus noname จับไวรัสที่ไม่รู้จักและไม่มีใน Database ได้ถึง 7,412 ตัว จากไวรัสทั้งหมดที่นำมาเทส 23,237 ตัว คิดเป็น 32% ส่วน Avira Antivir หรือ Antivir หรือ ร่มแดง จับไวรัสที่ไม่รู้จักและไม่มีใน Database ได้ถึง 17,282 ตัว จาก 23,237 ตัว คิดเป็น 74% ซึ่งการวิเคราะห์ Heuristics ทำในเสี้ยววินาที ด้วยการวิเคราะห์ File ว่าน่าสงสัยหรือไม่ ซึ่งไม่มีทางที่มนุษย์จะวิเคราะห์เองได้ในเสี้ยววินาที โดยไม่อาศัยโปรแกรม เว้นแต่คุณจะมีความสามารถในการอ่านโค๊ดนับ 100 นับ 1000 บรรทัดในเสี้ยววินาที

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ดังนั้น แน่นอนครับ คุณต้องการ Antivirus ดีๆ สักตัวแน่นอนครับ จะเป็นตัวไหนเลือกเอาเองเลยครับ แม้จะเป็นตัวที่ห่วยที่สุด ก็ยังดีกว่าการที่ไม่มีมันบนเครื่องของคุณเลย

แต่ ที่สำคัญที่สุด สำหรับการปกป้องข้อมูล คือการหมั่น Backup ข้อมูลบนเครื่องของคุณไว้เสมอๆ เพราะนอกจากไวรัส บางตัวจะหลุดรอดจากการตรวจจับของ Antivirus และทำลายเครื่องคุณได้แล้ว Hardware Failure หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า อุปกรณ์เจ๊ง นั้นเป็นเหตุที่น่ากลัวที่สุด การทำ Backup ข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการปกป้องข้อมูล

ส่วนท่านที่ ต้องการให้ความลับของท่าน อย่างรหัสผ่านระบบธุรกรรมทางการเงิน หรือรหัสผ่านของอีเมล์ ปลอดภัยที่สุด คงต้องอาศัย โปรแกรมพวกแช่แข็ง Harddisk ช่วยแล้วแหละครับ เพราะทุกครั้งที่คุณเปิดเครื่องใหม่ จะเหมือนกับวันแรกที่คุณลงโปรแกรมแช่แข็งพวกนั้นไว้เลย แต่ก็นั่นแหละครับ ด้วยความที่มันจะเหมือนวันแรกที่ลงโปรแกรมเสมอ คุณจึงควรลงโปรแกรมพวกนี้ ไว้ในตอนที่เครื่องคุณยัง Clean และ สมบูรณ์ที่สุด ไม่ใช่ลงตอนใช้เครื่องไปแล้วหลายวัน นั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาแถมจะแย่ลงอีกต่างหากครับ

หลายคนก็ บ้าจี้ แนะนำแบบขอไปที ให้ไปลองใช้ Linux สิ ปลอดภัย แหม ผมขอพูดในฐานะ Linux fanboy คนนึงนะครับ ในฐานะที่ใช้มาตลอด ใช้เป็นหลัก ใช้มานานตั้งแต่ Redhat , Debian และ ณ ตอนที่พิมพ์อยู่นี้ก็ใช้อยู่ ขอบอกเลยครับ ถึงบาง Distro อย่าง Ubuntu จะพยายามทำให้มันง่ายแสนง่าย ในการใช้งาน แต่มันก็ยังไม่เหมาะกับ User ทั่วไปอยู่ดีครับ จากหลายเหตุผลครับ บางคนใช้มาแค่ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน หรือปีสองปี ทำตัวเป็น Geek ซะแล้วก็มี ดังนั้นถ้าคุณอยากใช้คอมอย่างสงบสุข ก็ลงวินโดวส์พร้อมแอนติไวรัสดีๆ สักตัว กับ Backup ข้อมูลเสมอ หรือใช้พวกโปรแกรมแช่แข็งเป็น Option เสริม ดีกว่าครับ

-------------------------------------------

ก็อปปี้จากบล็อกของผมมาให้อ่านกันสนุกๆ เป็นความรู้รกสมองเล่นๆ ครับ
บันทึกการเข้า
พฤษภาคม 22, 2010, 07:02:06 am
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2010, 07:02:06 am »

มัลแวร์ (Malware) ย่อมาจาก "Malicious Software" ซึ่งหมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ที่บุกรุกเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ และสร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์นั้นๆ และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่าย หรือระบบสื่อสารข้อมูล ไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน หรือเป็นคำที่ใช้เรียกโปรแกรมที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อ ระบบคอมพิวเตอร์ทุกชนิดแบบรวมๆ นั่นเอง โปรแกรมพวกนี้ก็เช่น Virus, Worm, Trojan, Adware, Spyware, Keylogger, hack tool, dialer, phishing, toolbar, BHO, Joke, etc

แต่เนื่องจาก ไวรัส (Virus) คือ Malware ชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนี้และอยู่มานาน ดังนั้นโดยทั่วไปตามข่าวหรือบทความต่างๆ ที่ไม่เน้นไป ในทางวิชาการมากเกินไป หรือเพื่อความง่าย ก็จะใช้คำว่า virus แทนคำว่า malware แต่ถ้าจะคิดถึงความจริงแล้วมันไม่ถูกต้อง เพราะ malware แต่ละชนิดไม่เหมือนกันครับ


คำอธิบายของ Malware แต่ละชนิด :

Virus = แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ในคอมพิวเตอร์โดยการแนบตัวมันเองเข้าไป แต่มันไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ต้องอาศัยไฟล์พาหะ
สิ่งที่มันทำคือ สร้างความเสียหายให้กับไฟล์

Worm = คัดลอกตัวเองและสามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้อย่างอิสระ โดยอาศัยอีเมลล์, ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือการเื่ชื่อมต่อที่ไม่มีการป้องกัน มันจะไม่แพร่เชื่อไปติดไฟล์อื่น
สิ่งที่มันทำคือ มักจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเครือข่าย และระบบอินเทอร์เน็ต

Trojan = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ต้้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวน์โหลดเอาไปใส่เครื่องเอง หรือด้วยวิธีอื่นๆ
สิ่งที่มันทำคือ เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาควบคุมเครื่องที่ติดเชื้อจากระยะไกล ซึ่งจะทำอะไรก็ได้ และโทรจันยังมีอีกหลายชนิด

Spyware = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวน์โหลดเอาไปใส่เครื่องเอง หรืออาศัยช่องโหว่ของ Web browser และระบบปฏิบัติการในการติดตั้งตัวเองลงในเครื่องเหยื่อ
สิ่งที่มันทำคือ รบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

Hybrid Malware/Blended Threats = คือ Malware ที่รวมความสามารถของ virus, worm, trojan, spyware เข้าไว้ด้วยกัน

Phishing = เป็นเทคนิคการทำ Social Engineer โดยใช้อีเมลล์เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ต เช่น บัตรเครดิต หรือพวก online bank account

Zombie Network = เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ จากทั่วโลกที่ตกเป็นเหยื่อของ worm, trojan และ malware อย่างอื่น (compromised machine) ซึ่งจะถูก attacker/hacker ใช้เป็นฐานปฏิบัติการในการส่ง spam mail, phishing, DoS หรือเอาไว้เก็บไฟล์หรือซอฟแวร์ที่ผิดกฎหมาย

Keylogger = โปรแกรมชนิดหนึ่งที่แฝงตัวเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บข้อมูลการกดแป้นคีย์บอร์ด และดักเอารหัสผ่านต่างๆ เพื่อนำไปให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนำเอาไปใช้งาน

Dialer = แอพพลิเคชั่นที่ทำงานโดยการสั่งให้โมเด็มคุณตัดการเชื่อมต่อจาก ISP ที่ใช้บริการ โดยหมุนหมายเลยไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ ทำให้มีค่าโทรศัพท์ที่สูงขึ้น
บันทึกการเข้า
   
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Cennet By Burak
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!