ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน:
 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช กับหลายข้อครหาที่รอการพิสูจน์  (อ่าน 20729 ครั้ง)
มีนาคม 23, 2010, 07:56:13 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:56:13 pm »

หลายๆท่านคงจะได้รับทราบข่าวสารของท่านมาบ้างแล้วจากสื่อทุกแขนง และเวบบอร์ดนี้ก็เป็นอีกแขนงหนึ่งที่ได้รวบรวมข่าวเหล่านั้นไว้
ขอให้ท่านนทั้งหลายใช้วิจารณญานในการบริโภคข่าวด้วยนะครับ หากเป็นภาษาพระ ท่านก็จะว่า ให้พิจารณาโดยใช้ "โยนิโสมนสิการ" (คำๆนี้แปลว่าอะไรอ่านได้ที่นี่ครับ http://gigcomputer.net/board/index.php?topic=204.0 )

อนึ่งทางผู้เรียบเรียงขอเป็นกลางโดยจะนำข้อมูลทั้งผู้กล่าวหา และข้อโต้แย้งของทางฝ่ายหลวงพ่อปราโมทย์ มาลงให้ได้รับรู้ข้อมูลของหลายๆด้านนะครับ

โดยข้าพเจ้าขอน้อมนำคำตรัสของพระพุทธเจ้า ที่มีว่า "เรารักราหุลลูกเขาเราเท่าไหร่ เราก็รักเทวทัตเท่านั้น" มาเป็นแนวางในการดำรงชีวิต และเจริญเมตตาบารมีครับ

ดังนี้แล้วจึงไม่ขอตัดสินว่าใครถูกใครผิด (ก็ขนาดพระเทวทัตกระทำกับพระองค์ขนาดนั้น พระจอมไตรยังทรงไม่กล่าวโทษแต่อย่างใด โดยทรงอ้างถึงกรรมที่ผูกกันมาหลายชาติว่าเป็นเหตุให้พระเทวทัตกระทำการต่างๆนี้ และชาตินี้ก็เป็นชาติสุดท้ายของพระทศพลแล้วที่จะได้รับการจองเวรจากพระเทวทัตซึ่งในภายหลังท่านก็คิดได้และกลับใจ และพระพุทธองค์ยังได้ทรงพยากรณ์ว่าในกาลข้างหน้าพระเทวทัตจะได้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า และเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด) แต่ขอเป็นสื่อกลางในการนำข้อมูลทั้งหลายมารวมไว้ที่นี่เพื่อความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลของท่านทั้งหลายครับ

ข่าวของหลวงพ่อปราโมทย์  นี้เริ่มถูกครหาแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจากประกาศฉบับนี้ครับ

1.ประกาศสวนพุทธธรรม ป่าละอู
11 พฤศจิกายน 2552

(รายละเอียดอยู่ข้างล่างนะครับ)

2.จดหมายขอลาออกจากการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สวนสันติธรรมของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ,คุณอภิชาติ อัศวเรืองชัย ,คุณสุวรรณี เต็งอำนวย ,คุณสุภาภรณ์ อัศวเรืองชัย
15 มกราคม 2553

http://www.antiwimutti.net/Antiwimutti/cdhmay_la_xxk.html

3.ประกาศบ้านอารีย์ ฉบับที่ 1 และ 2
18 มกราคม 2553

http://www.baanaree.net/index.php?option=com_content&view=article&id=403:2010-07-09-07-42-12&catid=35:2010-03-31-09-41-04&Itemid=153


4.กัณฑ์เทศน์คุณไสย แก้ไขใหม่ เนื่องจากมีผู้ทักท้วงและได้ไปฟังกัณฑ์เทศน์นี้ด้วยตนเองที่สวนสันติธรรมว่า เทศน์เมื่อ 21 มกราคม 2553 ครับ
21 มกราคม 2553

http://www.antiwimutti.net/Antiwimutti/peidpong_phra_pramothy_pramoch_cho_thesna_khun_siy_s_ray.html

5.การพิสูจน์คุณไสยด้วยกล้องเกอร์เลี่ยน dlitemag ฉบับ วันที่

25 กุมภาพันธ์ 2553

http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=287:2010-02-22-07-19-09&catid=34:lite-talk&Itemid=59

6.อีเมลล์ฉบับที่ 1-3 ของสวนพุทธธรรม ป่าละอู (มีนาคม ๒๕๕๓)

Refer :

มีนาคม 2553

7.กรณีหลวงพ่อปราโมทย์ ฉบับที่ 1.โดยคุณดังตฤณ
มีนาคม 2553

Refer :

8.กรณีหลวงพ่อปราโมทย์ ฉบับที่ 2. โดยคุณดังตฤณ
มีนาคม 2553

Refer :

9.Forward เมล์ ฉบับที่ 1.เตือนภัยเรื่องการปล่อยของ (คุณไสย)
มีนาคม 2553

Refer :

10.Forward เมล์ ฉบับที่ 2. เตือนภัยเรื่องการปล่อยของ (คุณไสย)
มีนาคม 2553

Refer :

11.บทความเข็มทิศชีวิต ข้อคิดจากแฮร์รี่ พ๊อตเตอร์ บทความของคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง
มีนาคม 2553

http://www.antiwimutti.net/Antiwimutti/bthkhwam_cak_sux_khxkhid_cak_hr_ri.html

12.บทความ ภิกษุมหาโจร บทความของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
มีนาคม 2553

http://www.antiwimutti.net/Antiwimutti/bthkhwam_cak_sux_phiksu_mha_cor_doy_dnay.html

----------------------------------------------------------------

ประกาศมูลนิธิบ้านอารีย์
ชี้แจงเหตุผลการยุติเผยแผ่คำสอนของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ก่อนอื่นต้องกราบขอขมาทุกท่านกับการกระทำที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดอกุศลจิตขึ้นได้ โดยที่มิได้มุ่งหวังเช่นนั้น เป็นเพียงการตั้งใจทำหน้าที่ของผู้ร่วมเดินทางในสังสารวัฎ ตามกำลังสติปัญญาที่มี ที่สำคัญไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อใคร ทั้งยังเป็นเรื่องที่อึดอัดลำบากใจ อย่างถึงที่สุดในการกระทำ แต่ด้วยภาพที่ประสบทุกเมื่อเชื่อวัน ถึงความอ่อนแอของเพื่อนร่วมทุกข์ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบ้านอารีย์ โดยเฉพาะในระยะหลังๆที่ล้วนเข้ามาด้วยความโหยหาที่พึ่ง แต่ที่พึ่งนั้นกลับมิใช่พระธรรม ตามที่พระศาสดาคือพระพุทธเจ้าของเราทรงมอบไว้ให้ กลับอยู่ที่ตัวบุคคล หรืออิทธิฤทธิ์ ปาฎิหาริย์ของบุคคล

บ้านอารีย์เริ่มแปรสภาพเป็นสำนักผู้วิเศษ สามารถรู้วาระจิตของผู้เข้ามาเยือน ส่งผลให้ชาวพุทธอ่อนกำลังลงอย่างสิ้นเชิง ภาพเหล่านี้พบเห็นอยู่ทุกวัน ทำให้จำต้องหันมาพิจารณาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อสิ่งที่เผยแพร่ สิ่งที่สอน ว่าเหตุใดกัน ทำไมถึงกลายเป็นยิ่งปฏิบัติยิ่งอ่อนแอลง

อีกทั้งด้วยบ้านอารีย์ได้มีครูบาอาจารย์แวะเวียนมาเมตตาเป็นระยะ ทำให้ได้ลองตรวจสอบคำสอนและแนวทางดู จึงได้พบเห็นบางสิ่งบางอย่างจนนำมาซึ่งการตัดสินใจนี้ และจะได้แจกแจงในประกาศนี้

ทั้งนี้บ้านอารีย์ขอยืนยันว่า เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่ามิได้เป็นเรื่องของการอื่นใด เว้นแต่เพียงต้องการกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทุกข์เฉลียวใจหันมามองสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยกันรักษาพระสัทธรรมแท้ไว้ให้ลูกหลานของเราเท่านั้น

จากที่บ้านอารีย์ได้ประกาศยุติการเผยแผ่คำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโชนั้น ได้มีผู้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก บ้านอารีย์จึงขอชี้แจงเหตุผลที่ทำให้เห็นว่า ต้องยุติการเผยแผ่คำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโชดังนี้

1. การบรรยายธรรมหลายครั้ง หลายกรณีมีการกระทบกระทั่งไปยังสำนักต่างๆ แทบจะทุกสำนัก ในลักษณะที่สื่อให้เห็นว่า การปฏิบัติของสำนักอื่นๆนั้น ยังมีข้อบกพร่อง ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเสริมด้วยวิธีของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ทำให้เกิดอกุศลขึ้นระหว่างหมู่ผู้ปฏิบัติ ที่มีศรัทธาในสำนัก ในครูบาอาจารย์ของตน ไม่ก่อให้เกิดสังคมของพุทธศาสนิกชนที่ร่มเย็นขึ้นได้ จนทำให้ต้องมีการตัดต่อ ตัดตอน ลบ เก็บสื่อการสอนอยู่เป็นระยะๆ

2. การบรรยายธรรมหลายครั้ง หลายกรณีและบทความข้อเขียนเล่มต่างๆ มีการกล่าวหว่านล้อม โน้มน้าว ชักจูง ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว รวมถึงเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมล้ำสามัญมนุษย์

กรณีเช่นนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงตำหนิภิกษุที่มีพฤติกรรมดังกล่าวว่า เปรียบเสมือนสตรีที่เผยอวัยวะพึงสงวนให้เขาดู เพราะเห็นแก่เงินทองของต่ำทราม

3. แก่นการสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ใช้การทักวาระจิต ทายใจเป็นหลัก และเป็นการใช้อย่างสม่ำเสมอ ในทุกคราวของการแสดงธรรม ทำให้เกิดการเสพติดของนักปฏิบัติ และเป็นวิถีทางการปฏิบัติแบบใหม่ ที่ผู้ปฏิบัติเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์จำนวนมาก ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ต้องอาศัยหวังพึ่งพิงปาฏิหาริย์ ทำลายหลักการ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ลงอย่างสิ้นเชิง

วิกฤติการณ์นี้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สนใจปฏิบัติ เมื่อเข้ามาสู่การสอนในลักษณะนี้ ได้ก่อให้เกิดสภาพเหมือนการปฏิบัติธรรมกลายเป็นศาสตร์แห่งไสย แทนที่ศาสตร์แห่งพุทธะ ที่สำคัญ แม้วิชานี้อาจทำได้จริง อาจให้ประโยชน์กับบางบุคคลในบางกรณี ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงผิดพลาดได้ ลัทธิอื่นก็มีวิชานี้ได้เช่นกัน ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงติเตียนและปราชญ์ทั้งหลาย อาทิ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ก็ไม่อนุญาตให้พระลูกศิษย์รูปใดกระทำเช่นนั้น หากมีลูกศิษย์รูปใดกระทำ หลวงปู่ดูลย์จะประณามเอาอย่างรุนแรง เพื่อให้ยุติการกระทำเยี่ยงนั้น

นอกจากนี้ ญาติธรรมหลายๆท่านได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองกำลังขาดสติแต่ถูกหลวงพ่อปราโมทย์ทักว่า ปฎิบัติได้ดี แสดงให้เห็นว่าการใช้การทักวาระจิตของท่านนั้นคลาดเคลื่อนไปจากสภาวะธรรมที่เป็นจริง และไม่สามารถยึดเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

4. แนวทางการสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ไม่มีขั้นตอนการปฎิบัติที่ชัดเจน จึงต้องอาศัยการถามตอบเป็นหลักนั้น ทำให้ไม่มีมาตรฐานทางธรรม เกิดความฟุ้งซ่านขึ้นกับผู้ปฎิบัติ เฝ้ากังวลว่าจะปฎิบัติถูกหรือผิดหรือไม่อย่างไร จะเอาจิตไว้ที่ไหน ฯลฯ เพราะคอยแต่คิดคำนึงไปตามสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา วนเวียนอยู่กับการถามตอบ

อีกทั้งหลายกรณี คำตอบที่ได้จากหมู่ผู้สอนที่ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อปราโมทย์ให้สอน ก็ขัดแย้งกันเอง จนนำมาซึ่งความสับสน เหนื่อยหน่าย เสื่อมความเพียรในการมุ่งหน้าเข้าสู่การปฎิบัติที่แท้จริง ”ขาดศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตนเอง” ในการจะปฎิบัติธรรมให้ได้ผล ประหนึ่งนกที่ถูกผู้เลี้ยงหักปีกไว้ ทำให้ไม่สามารถบินไปไหนได้ เอาแต่คอยอาหารและน้ำจากผู้เลี้ยงเท่านั้น

5. ในการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์หลายครั้ง ได้ดูแคลนแนวทางการปฎิบัติที่ทำความเพียรในรูปแบบ และข้อวัตรปฎิบัติต่างๆของครูบาอาจารย์ต่างสำนัก ด้วยอาการเยาะเย้ย เหยียดหยาม ทำนองว่าเป็นทุกขาปฎิปทา ไม่เหมาะกับปัญญาชนคนเมือง ทำให้ล่าช้า สู้การทำความเพียรด้วยการฟังซีดีของท่านบ่อยๆ ไม่ได้

นอกจากนั้น ท่านยังไม่ส่งเสริมการสวดมนต์ การทำวัตรเช้าเย็น ซึ่งถือว่าขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับปฏิปทาของครูบาอาจารย์ที่ท่านอ้างว่าตนเป็นลูกศิษย์ โดยเฉพาะหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ลูกศิษย์ที่ดีจะต้องยึดปฏิบัติตามปฏิปทาของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ตนนับถือได้วางไว้

นอกจากปฏิปทาต่างๆแล้ว ยังมีข้อวัตรต่างๆที่ท่านละเลย เช่น การบิณฑบาตร เป็นต้น ซึ่งท่านไม่ได้ให้ความสนใจปฏิบัติในข้อวัตรที่จำเป็นเหล่านี้เลย

6. จากการพบปะพูดคุยกับญาติธรรมจำนวนมาก ที่อาศัยเพียงการดูจิตในชีวิตประจำวัน โดยละเลยการปฏิบัติในรูปแบบ และการทำสมถะซึ่งเป็นพื้นฐานที่ก่อให้เกิดความตั้งมั่นของจิต ทำให้ไม่มีกำลังที่จะใช้ดูจิต ถูกอารมณ์ลากพาไป เห็นแต่เพียงอาการของจิต ไม่สามารถทำให้ลดละกิเลสได้ ซึ่งครูบาอาจารย์สำนักต่างๆ หลายสำนัก ล้วนมีความเห็นตรงกันว่า การทำสมถะมีความจำเป็นสำหรับทุกคน มิใช่บางคนเท่านั้น

7. หลังจากที่บ้านอารีย์ได้ทำการตรวจสอบแล้ว พบข้อเท็จจริงว่า

7.1 จากการที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ได้มีความเพียรพยายามอ้างถึง ความเกี่ยวพันกับ หลวงพ่อมนตรี อาภัสสะโร (ผู้เป็นศิษย์อาวุโสของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล) และสวนพุทธธรรม-ป่าละอู ในลักษณะศิษย์พี่ศิษย์น้อง และวัดพี่วัดน้อง อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในรูปของคำพูด และข้อเขียน ไม่เป็นความจริง

7.2 จากการที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ได้ระบุไว้ในข้อเขียนเรื่อง “กว่าจะเป็นสวนสันติธรรม” (ปัจจุบันถูกลบออกจาก website ของสวนสันติธรรม หลังจากมีประกาศชี้แจงเรื่อง ความเกี่ยวพันระหว่างสวนพุทธธรรม-ป่าละอู และสวนสันติธรรมศรีราชา ลงวันที่ 11พฤศจิกายน 2552) ซึ่งมีเนื้อความกล่าวถึง การจัดสร้างสวนสันติธรรมว่า เป็นดำริเริ่มต้น ของหลวงพ่อมนตรี อาภัสสะโร และต่อมาได้รับการพิสูจน์ภายหลังว่า ไม่เป็นความจริงเช่นกัน

7.3 จากการที่ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช มีความพยายามที่จะแสดงให้ญาติธรรมเข้าใจว่า หลวงพ่อมนตรี อาภัสสะโร ได้เขียนจดหมายรับรองโสดาปัตติผลให้กับ แม่ชีอรนุช สันตยากร นั้นก็ได้รับการพิสูจน์ภายหลังว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

8. บ้านอารีย์เห็นว่า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช มีปฏิปทาสวนทางกับพระพุทธวจนะ ว่าด้วยการพยากรณ์อริยะผล ซึ่งเป็นวิสัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

เป็นที่รับทราบกันดีว่า มีการพยากรณ์โสดาปัตติผลให้แก่ลูกศิษย์จำนวนอย่างน้อย 6 ราย อีกทั้งการพยากรณ์กันเองในหมู่ผู้แวดล้อม เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงติเตียน ดังในพระสูตรภิกษุโจรที่พยากรณ์กันเอง จนมีลาภสักการะจำนวนมาก

บ้านอารีย์เคารพเทิดทูนพ่อแม่ครูอาจารย์ยิ่งชีวิต และมีความเชื่อว่า พวกเราควรยึดหลักที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้คือ มีพระธรรมเป็นศาสดา มิใช่ยึดถือในตัวบุคคล ศรัทธาในตัวบุคคลเป็นใหญ่ เมื่อบุคคลวิบัติ ก็ยังมีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

บ้านอารีย์ขอยืนยันด้วยความสุจริตใจว่า การกระทำใดๆ ตลอดจนข้อเท็จจริง และเหตุผลที่บ้านอารีย์ได้นำมาเปิดเผยในประกาศฉบับนี้ เป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาก้าวล่วง ไปตำหนิหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัว หากแต่เป็นไปเพื่อปกปักรักษาพระศาสนา ในฐานะที่เป็นชาวพุทธตามทำนองคลองธรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไปในภายหน้า

ทั้งนี้ บ้านอารีย์ยังใคร่เชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่มีความสนใจ หรือสงสัยในความถูกต้องของข้อความข้างต้น ได้ทำใจเป็นกลาง และใช้โยนิโสมนสิการ เฝ้าตามสังเกตข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ด้วยตัวท่านเอง

แหล่งข้อมูล
http://www.baanaree.net/baanareepost.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 09, 2011, 08:10:12 am โดย อ.สมฤกษ์ » บันทึกการเข้า
มีนาคม 23, 2010, 08:45:08 pm
อ.สมฤกษ์
Hero Member
*****
กระทู้: 852



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 08:45:08 pm »

ขอฝากประกาศชี้แจงจากสวนพุทธธรรม ป่าละอู เรื่องความเกี่ยวข้องกับ สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ขอรบกวนเนื้อที่ฝากประกาศประชาสัมพันธ์ / ชี้แจงดังต่อไปนี้ครับ .....

------

ประกาศสวนพุทธธรรม ป่าละอู
เรื่อง ความเกี่ยวข้องกับ สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เนื่องจากปัจจุบันได้มีพระภิกษุ แม่ชี และญาติโยม ได้ให้ความเมตตาเดินทางหรือติดต่อไปยังสวนพุทธธรรม ป่าละอูบ่อยครั้ง ด้วยความเข้าใจที่ว่า สวนพุทธธรรม ป่าละอู และสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะเป็นวัดสาขา หรือมีความใกล้ชิดกันในลักษณะวัดพี่วัดน้อง โดยมีคำสอน , หลักปฏิบัติ และปฏิปทาในลักษณะเดียวกัน

ความเข้าใจดังกล่าว เป็นเหตุให้พระภิกษุและญาติโยมในสวนพุทธธรรม ป่าละอู มีความจำเป็นต้องชี้แจงความจริงให้ญาติโยมทราบครั้งละท่าน หรือครั้งละหมู่คณะ เป็นจำนวนบ่อยครั้ง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

สวนพุทธธรรมฯจึงใคร่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวมา ณ ที่นี้ว่า หลวงพ่อมนตรี อาภัสสะโร (สวนพุทธธรรม ป่าละอู) และหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช (สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ. ชลบุรี) มีความรู้จักหรือคุ้ยเคยกันในฐานะผู้ปฏิบัติธรรมเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องแต่อย่างใด และ ทางสวนพุทธธรรม ป่าละอู ไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ทางส่วนตัว , คำสอน, ปฏิปทา หรือหลักปฏิบัติใดๆ กับสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไม่ว่าในด้านใดทั้งสิ้น หากแต่ถือเป็นสำนักสงฆ์ภายใต้พระพุทธศาสนาเดียวกันเท่านั้น

จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจโดยทั่วกัน

สำนักปฏิบัติธรรม สวนพุทธธรรม ป่าละอู
11 พฤศจิกายน 2552

-------

สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัย